•   info@bslclinic.com

    Call Center : (Samyan) 02-235-2323  (Silom) 02-235-8858
    International Call : +669-8289-7805

    ASK OUR DOCTORS

    Name :
    E-mail :
    Tel. :
    Country :
    Receive Newsletter
    Question :
     
    Home > TIPS & ACTIVITIES

    เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในคนไทย เกิดจากความผิดปกติเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง โดยรักษาไม่หายขาดซักที และมีโอกาสกลับมาซ้ำได้ง่ายอีกแล้วจะทำอย่างไรให้ฝ้าดูจางลงและกลับมาเป็นซ้ำยากขึ้น

    มาเข้าใจสาเหตุการเกิดฝ้าแบบง่ายๆ เพื่อป้องกันฝ้าและไม่ให้เข้มขึ้นกันดีกว่า

    1. ฝ้าฮอร์โมน เมื่อมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากเกินไป เช่น จากยาคุม หรือ ช่วงที่ตั้งครรภ์ จึงมีการกระตุ้นสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เกิดฝ้าขึ้นหรือกระตุ้นให้เข้มกว่าเดิม แต่ไม่ต้องกังวลเนื่องจากถ้ามีการปรับสมดุลที่เหมาะสมแล้วฝ้ามีโอกาสจางลงและหายได้
    2. ฝ้าแดดเป็นปัญหาที่พบมากในคนไทย หรือคนเอเชียที่อยู่ในต่างประเทศจะโดนแดดโดยเราไม่รู้เพราะอากาศที่เย็นสบาย แต่ในแสงแดด มี ในแสงแดดจะมี UV-B และ UV-Aเป็นที่น่าโชคไม่ดีที่คนไทย และ ชาวเอเชีย มีโอกาสโดนกระตุ้นฝ้าได้มากกว่าคนผิวขาว ไม่ได้ป้องกันแสงอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 - 14.00 น.แสงแดดจะจัด
    3. ฝ้าจากเครื่องสำอาง เนื่องจากเครื่องสำอาง เช่น ครีมหน้าขาวใสเร็ว สารเคมี สารกันบูด หรือสารปรอท ตะกั่ว อาจมีสารที่ทำให้เกิดการกระตุ้นฝ้าได้ง่ายจะเห็นว่าตอนแรกทาไปหน้าจะขาวเรียบเนียน พอทานานๆขึ้น หน้าจะเริ่มเป็นคนแพ้ง่าย แต่พอหยุดใช้หน้ายิ่งแย่ สุดท้ายจะเห็นมีฝ้าขึ้นทาเท่าไหร่ไม่หายและมีเส้นเลือดฝอยขึ้นหน้าแดง เป็นปัญหาที่หมออยากแก้ไขเรื่องการเลือกใช้เครื่องสำอางหรือสารหน้าขาวเพราะฝ้าชนิดนี้รักษาได้ยากที่สุดและติดทนนาน โดยถ้าเป็นฝ้าฮอร์โมนและฝ้าแดด มีโอกาสหายได้หรือจางลงจนแทบไม่เห็น โอกาสเป็นซ้ำน้อย แต่ฝ้าจากเครื่องสำอาง จะรักษายากครับต้องใช้เวลา
    4. ฝ้าเข้มจากเลเซอร์ เนื่องจากเลเซอร์บางชนิดมีโอกาสทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ถ้าหยุดทำ ซึ่งลักษณะคล้ายๆกับฝ้าจากเครื่องสำอาง คือ จางลงในช่วงแรกหลังจากนั้นจะเข้มขึ้น ฝ้าชนิดนี้ก็รักษายากกว่าฝ้าฮอร์โมนและฝ้าแดด แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดีครับ
    5.  ฝ้าจากความเครียด โดยเมื่อเราทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอจะมี ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองทำให้ฝ้าดูชัดขึ้น เราจะเห็นว่าผิวหน้าดูดำคล้ำขึ้น ทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล

    การรักษาฝ้าจึงต้องดูองค์ประกอบโดยรวมเพื่อให้ฝ้าจางลงหรือ หายไปในระยะยาวและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้ง่าย

    ฝ้าที่เป็นชนิดตื้นที่อยู่บนชั้นหนังกำพร้าจะรักษาได้ง่ายกว่าฝ้าลึกที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง แต่มักพบว่าเป็นแบบผสมจะรักษายากและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายซึ่งต้องรักษาแบบองค์รวม

    ดังนั้นการดูแลรักษาฝ้าจึงควรดูเป็นองค์รวม ทั้ง การใช้เลเซอร์ เครื่องสำอาง และการปรับสมดุลในร่างกาย โดยการรักษาหลักและได้ผลดีคือการรักษาด้วยเลเซอร์แต่ก็ต้องเลือกที่เหมาะสมกับฝ้าไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

    ทั้งหมดนี้เป็นความรู้ความเข้าใจเพื่อดูแลและป้องกันการเกิดฝ้า….รักษาได้ตั้งแต่เริ่มแรกของการเกิดฝ้าไม่ยากอย่างที่คิด

    ภาพก่อนและหลังการรักษาคนไข้ที่มีปัญหากระและฝ้า โดยมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ

     

    ภาพก่อนการรักษาฝ้า

    ภาพหลังการรักษาฝ้า 4 ครั้งเป็นเวลา 4 เดือนที่ BSL clinic by Ananclinic

     

    ภาพก่อนการรักษาคนไข้ที่มีปัญหากระและฝ้า
    โดยมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ

    ภาพหลังการรักษาโดยใช้หลักการเอาเม็ดสีออก
    ร่วมกับการแก้ไขร่องใต้ตาด้วยสารเติมเต็ม
    ที่ BSL clinic by Ananclinic

     

    ภาพก่อนการรักษาฝ้า

     

     

    บทความโดย

    นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล

    Wutinan Sithipolvanichgul, MD. MS.

    ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนังและการออกแบบรูปหน้า รูปร่าง

    - Dermatologist, MSc UK

    - Specialized in Dermatologic Surgery and Laser

    - Member of American Society for Laser Medicine and Surgery

    - Master class: Surgical Laser Procedures and Pigmented Laser in Amsterdam, the Netherlands

    - ด้านเลเซอร์ได้ศึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Richard Rox Anderson, MD ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนังที่สุดระดับโลก

     

    ภาพหลังการรักษาฝ้าด้วยการใช้เลเซอร์ Laser treatment เพื่อดึงเอาเม็ดสีใต้ผิวหนังออก

     

     

     

     

    บทความที่เกี่ยวข้อง